จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โครงการสัมมนาทางวิชาการเรื่องทิศทางและแนวโน้มของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อชุมชน

หลักการและเหตุผล:
ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมบริการสำคัญซึ่งนำรายได้เข้าสู่ประเทศอันดับต้นๆนานกว่าทศวรรษนับตั้งแต่มีการผลักดันนโยบาย Visit Thailand’s Year เมื่อปีพ.ศ.2530 ถึงกระนั้นก็ตามในทางกลับกัน การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยก็ทำให้เกิดสภาวการณ์ไหลออกของเงินตราด้วยสัดส่วนที่น่าใจหาย เนื่องจากรสนิยมของคนไทยบางกลุ่ม ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวพักผ่อน หรือการไขว่คว้าโอกาสทางการศึกษาหลายระดับ ทั้งๆที่กว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวตลาดต่างๆให้เดินทางเข้ามาประเทศไทยได้นั้น ต้องใช้กลยุทธ์และการระดมทรัพยากรจำนวนมหาศาล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์และสร้างความพรั่งพร้อมทุกอย่างเพื่อการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย

การดำเนินงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ส่งผลทำให้การท่องเที่ยวซึ่งแต่เดิมเป็นโอกาสของคนกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆในบางจังหวัด กลายเป็นโอกาสของคนในชนบทหลายจังหวัดที่เคยเป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยว รวมถึงคนในภาคเกษตรกรรมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกระแสการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้มุ่งความสนใจต่อวิถีชีวิตท้องถิ่นและชุมชน ที่ยังสามารถรักษาภาพความเป็นอยู่ในอดีตอันสงบ สันติ น่ารื่นรมย์และมีการอนุรักษ์สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย

การท่องเที่ยวเพื่อชุมชน(Community Based Tourism) นอกจากจะเน้นการสัมผัสวิถีชีวิต(Life Style)เรียบง่ายในชนบทแล้ว ยังรวมความถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร(Agrotourism) การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ(Health Tourism) โดยเฉพาะในส่วนของการบำบัดและการป้องกันด้วยสมุนไพร บ่งชี้ถึงภูมิปัญญาของชุมชน และการเที่ยวชมอุดหนุนสินค้าแปรรูปทางเกษตรกรรม สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวผจญภัยซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของชุมชนด้วย

การท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน(Sustainable Community- Based Tourism) จึงเป็นการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ศิลปะหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ครบวงจร เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างความภาคภูมิใจ สร้างความรักและความหวงแหนทรัพยากรท่องเที่ยวของชุมชนอย่างแท้จริง สอดคล้องกับวาระแห่งชาติเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืนที่เน้นการสร้างสรรค์คุณค่าและการสร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศไทยมีฐานะเป็นTourism World Class Destination อย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์:
มหาวิทยาลัย............มีปรัชญาในสร้างคนดีมีปัญญา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การนำภูมิปัญญาและคุณธรรมออกไปรับใช้สังคม ชุมชนและประเทศชาติ ความสำคัญของการท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน เป็นพื้นฐานแห่งการสร้างความแข็งแกร่งทางวัฒนธรรมให้แก่สังคมโดยองค์รวม การเผยแพร่ข้อมูลความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับทิศทางและแนวโน้มของการท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชนจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวและการตอบรับทางวิชาการอย่างเหมาะสมจากมวลชนในวงกว้าง

สิ่งสำคัญที่สุดคือกิจกรรมข้างต้นเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ(ท่องเที่ยว)และสาขาธุรกิจโรงแรมได้เรียนรู้ทักษะและประสบการณ์หลากหลายจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และนำเสนอผลงานแห่งบูรณาการทางการศึกษาแก่สังคมในคราวเดียวกัน

วิธีการสัมมนา:
อภิปราย ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น บรรยายประกอบ วิดีทัศน์ แผ่นใส สไลด์และVisualize System Presentation

กำหนดการสัมมนา:
วันจันทร์ที่18 กุมภาพันธ์ 2545 เวลา 13.00-17.30น.

สถานที่จัดการสัมมนา:
ห้องประชุมชั้น 8 อาคารเฉลิมพระชนม์พรรษา 72 ปี (อาคาร15ชั้น) ถนนแจ้งวัฒนะ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220

วิทยากร:
- นักวิชาการจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 202 อาคารเลอคองคอร์ด รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กทม.10310 โทร.6941222 Fax6941443 6941446
หัวข้อ: โฮม สเตย์(Home Stay)วันนี้กับการท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน
- คุณศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยธุรกิจการเที่ยว (Association of Thai Travel Agents ATTA)กรรมการผู้จัดการบริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด 133/19-20 ถ.ราชปรารภ มักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 2465659 Fax 2465658 2488420
หัวข้อ: โอกาสและแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวกับความตระหนักถึงชุมชนและทรัพยากรท่องเที่ยว
- คุณดวงกมล จันทร์สุริยวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอีโคไลฟ์ จำกัด โทร.5672039 Fax 9584305
หัวข้อ: ทัวร์วัฒนธรรมกับการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- คุณรพีพัฒน์ เกษโกศล นักวิชาการจากศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร เลขที่ 17/1 ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.10200 โทร2257612-4 Fax2257616
หัวข้อ: มรดกวัฒนธรรมชุมชนเกาะรัตนโกสินทร์กับการจัดเส้นทางการท่องเที่ยว
ผู้ดำเนินรายการ
- อาจารย์พิทยะ ศรีวัฒนสาร คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 110/1-4 ถนนประชาชื่น เขตหลักสี่ กทม. 10210

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
นักศึกษา คณาจารย์และผู้สนใจทั่วไปประมาณ 200 คน(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ:
กิจกรรมทางวิชาการนี้ทำให้สังคมและผู้เกี่ยวข้องรับรู้ถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ทางวิชาการที่มุ่งเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์จากนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการนำเสนอผลงานของนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่องทิศทางและแนวโน้มของการท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชนในประเทศไทย เพื่อให้เกิดทัศนคติและการเตรียมพร้อมในการตอบรับและการจัดการด้านธุรกิจท่องเที่ยวทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ ชุมชนเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวและนักศึกษาที่กำลังเรียนในสาขาวิชาข้างต้น

งบประมาณ: บาท
ประมาณการค่าใช้จ่าย:
-ค่าตอบแทนวิทยากร บาท
-ค่าจัดทำเอกสาร บาท
-ค่าฟิล์ม อัด ล้าง ขยาย บาท
-ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำนิทรรศการผลงานของนักศึกษา บาท
-ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด บาท

กำหนดการสัมมนา
วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545

12.30–13.00 ลงทะเบียน
13.00-13.10 คณบดีคณะวิทยาการจัดการกล่าวเปิดการสัมมนา
13.10-13.30 ผู้ดำเนินรายการกล่าวแนะนำวิทยากร
13.30-14.00 โฮมสเตย์วันนี้กับการท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน(รอบแรก)
14.05-1435 โอกาสและแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวกับความตระหนักชุมชน
และทรัพยากรท่องเที่ยว(รอบแรก)
14.40-15.10 ทัวร์วัฒนธรรมกับการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาไทย
ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (รอบแรก)
15.15-15.45 มรดกวัฒนธรรมชุมชนเกาะรัตนโกสินทร์กับการจัดเส้นทาง
ท่องเที่ยว(รอบแรก)
15.45-16.00 พักSolf Drink
16.00-17.00 อภิปรายรอบที่สอง
17.00-17.30 ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
สรุป
คณบดีกล่าวปิดการสัมมนา
มอบของที่ระลึก

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Responsible Ecological Social Tours

ขอขอบคุณข้อมูลจากพจนา สวนศรี ผู้ประสานงานโครงการ

แนะนำโครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ
โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ ก่อกำเนิดขึ้นในปี 2537 เป็นโครงการการท่องเที่ยว Home Stay บริเวณ สถานที่ของบ้านปราสาท หมู่ที่ 7 ต.ธารประสาทห่างจากตัวเมือง 45 กิโลกรัม จ.นครราชสีมา ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ต่อมาในปี 2544 ได้แยกโครงการออกมาดำเนินงานโดยอิสระ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจของคนสังคมในเรื่องวัฒนธรรมชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่น

และการอนุรักษ์ทรัพยากรของชาวบ้าน ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยการพักอาศัยร่วมชายคอ เข้าร่วมกิจกรรมในวิถีปกติของชาวบ้านรับประทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ลักษณะของท้องถิ่น มีชาวบ้านเป็นผู้พาเที่ยว

การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามจุดเป้าหมายดังกล่าวโครงการฯ เห็นความสำคัญในการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมชุมชนให้เกิดสำนึกของท้องถิ่น เชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวเข้าเป็นส่วนหนึ่ของกระบวนการพัฒนาชุมชนโดยรวม ในส่วนของนักท่องเที่ยว เอกทางโครงการฯ ถือเป็นภาระกิจหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจและให้ข้อมูลถึงการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นักท่องเที่ยวในฐานะผู้ไปเยือนต้องเคารพวัฒนธรรมและกติกาของท้องถิ่นเช่นกันกิจกรรมของโครงการ
1. สร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวโดยชุมชน คือการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว โดยให้การท่องเที่ยวตอบสนองการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ความหมายของ CBST (หรือ เรียกอีกนัยว่า Home stay)
การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง หรือ Community Based Sustainable Tourism (CBST) แตกต่างจาก Ecotourism ตรงที่ CBST เป็นการจัดการท่องเที่ยวที่ชุมชนเป็นคนกำหนดทิศทางการท่องเที่ยว และอยู่ในบทบาทเจ้าของกิจกรรมการท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงผู้ให้ความร่วมมือ เช่น สามารถกำหนดการเปิดรับการท่องเที่ยวได้เมื่อชุมชนมีความพร้อม และสามารถปฏิเสธได้เมื่อชุมชนไม่ต้องการ ซึ่งสามารถให้คำนิยามได้ว่า หมายถึง การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคม กำหนดทิศทางโดยชุมชน จัดการโดยชุมชน เพื่อชุมชน โดยที่ชุมชนมีบทบาทในการเป็นเจ้าของและมีสิทธิในการจัดการดูและเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและก่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือนรูปแบบการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวชุมชน (Community based)
1. การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาในชุมชน การท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และวัฒนธรรมของชุมชน ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวก็สามารถสร้างสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม ก่อเกิดมิตรภาพและความเข้าใจของคนในสังคมพักกับชาวบ้าน (Home Stay)นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนสนใจเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน การพักร่วมชายคาเดียวกับชาวบ้าน ถือเป็นโอกาสอันดีที่เขาเหล่านั้นจะได้สัมผัสชีวิตที่แท้จริงของชาวบ้านในชุมชน เสมือนหนึ่งเป็นลูกหลานและสมาชิกหนึ่งในครอบครัวรับประทานอาหารท้องถิ่น (Meals)นักท่องเที่ยวจะได้รับประทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งอาหารบางอย่างสามารถบอกได้ถึงภูมิปัญหาในการรักษาสุขภาพ วัฒนธรรมการกิน และอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร ยังสัมพันธ์กับบาทการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาวบ้านในชุมชนอีกด้วยร่วมกิจกรรมในวิถีชีวิตชาวบ้าน (Activities)นักท่องเที่ยวจะได้ร่วมกิจกรรมในวิถีชีวิตของชาวบ้าน เช่น การออกไปหาปลากับชาวบ้าน ไปเก็บผลไม้ หรือเกี่ยวข้าว ได้เห็นการทอผ้าไว้ใช้ การดูแลรักษาสุขภาพโดยใช้สมุนไพร การเรียนทำอาหารกับชาวบ้านหรือครอบครัวที่พัก รวมทั้งการพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมก็สามารถทำได้ซึ่งโดยปกติคืนสุดท้ายของการพักในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะจัดเวทีพูดคุยกับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว
การให้บริการงานฝึกอบรมจากประสบการณ์ทำงานอย่างต่อเนื่อง
โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ ได้พัฒนาองค์ความรู้ในการทำงานกับชาวบ้านด้านการท่องเที่ยว โดยชุมชนจนสามารถเป็นวิทยากร ให้คำปรึกษา และจัดหลักสูตรการฝึกอบรมให้กับชุมชนที่สนใจ หน่วยงานรัฐบาลและเอกชนที่สนใจงานด้านนี้ซึ่งมีทั้งการฝึกอบรมในห้องเรียน และการฝึกอบรมภาคสนามบริการด้านการฝึกอบรมการให้บริการด้านการฝึกอบรมของโครงการ มีทั้งการให้บริการในการเป็นที่ปรึกษาและการจัดฝึกอบรม
ปี 2540 เป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรพัฒนาเอกชน 3 แห่งในภาคเหนือเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ปี 2543 จัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่จากกองสงเคราะห์ชาวเขา จำนวน 33 ศูนย์ 13 จังหวัดเรื่องการเตรียมความพร้อมชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว
ปี 2544 จัดฝึกอบรมให้กับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเรื่องการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตัวอย่างหัวข้อการฝึกอบรม
* แนวคิดเรื่องการท่องเที่ยว โดยชุมชน
* การศึกษาความเป็นไปได้ของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว
* การวางแผนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว
* การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว
* ทักษะที่สำคัญในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เช่น การสื่อความหมายทางธรรมชาติและวัฒนธรรม, การจัดการองค์กร, การตลาด, การติดตามและการประเมินผล
ประสบการณ์การทำงานฝึกอบรมที่ผ่านมา
นอกจากประสบการณ์การทำงานเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนแล้ว เจ้าหน้าที่ของโครงการเคยมีประสบการณ์ในการให้บริการงานฝึกอบรมกับกลุ่มองค์กรต่าง ๆ เช่น การจัดฝึกอบรมให้กับอาสาสมัครต่างประเทศ ที่จะเข้ามาเป็นอาสาสมัครทำงานประเทศไทยได้เข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย แลการฝึกอบรมให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัมนาทรัพยากรมนุษย์
“Village Stay programme” 2 weeks programmeCUSO/Canada and VSO/UK Volunteer 1994-2000
“Village Stay programme” 1 weeks programmeJOCV/Japan Volunteer 1998-2001
“Village Stay programme” 2 weeks programmeKOV/Korea Volunteer 2000-2001
“Training of Local Tour Guides and Tour Guide Volunteers” 1997
“Improvement of the Thai Vocational Guidance System” 3 days programmeDepartment of Employment under the Ministry of Labour and Social Welfare, 1997
“ZOPP on the Establishment of Public Enterprise for Occupational Safety and Health Service” 2 days programmeNational Institute for Improvement of Working Conditions and Environment (NICE),1997
“TOT on SERVICE Culture Training”For staffs Bank for Agriculture and Agricultural Co-operative, 1997-2001
“Principle of Participation in the Operation of Trade Union” 3 days programme Women Labour Union Group, 1997
“Participatory Rural Appraisal and planningFor 6 villages for PLAN International Thailand, 1998“RRA”Urban Development Institute, 1998
“Project Development”Save the Children – Khon Kaen Province, 1998
“Training on Community Based Tourism” March – June 2000For staffs of Hill Tribe Development Center, Social Welfare Department, Ministry of Interior in 13 provinces
การจัดการศึกษาดูงานจากทักษะเรื่องการทำงานในพื้นที่
ประสบการณ์งานฝึกอบรมและการมีเครือข่ายงานพัฒนากับองค์กรพัฒนาเอกชน โครงการฯ สามารถจัดการศึกษา
– ดูงานที่ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้จากพื้นที่ การแลกเปลี่ยนกับคนทำงานและนักวิชาการ สู่การถกเถียงและเปลี่ยนที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานของผู้เข้าร่วมการศึกษาดูงานได้ศึกษา
-ดูงานภูมิหลังของเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาโครงการ คือบุคคลที่ทำงานพัฒนาสังคมมากว่า 15 ปี มีเครือข่ายการทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดการศึกษา
– ดูงานและการฝึกอบรม เป็นการผสานของการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการทำงาน โดยที่ใช้ความต้องการของผู้เข้าร่วมเป็นศูนย์กลางประเด็นที่มักจะได้รับความไว้วางใจให้จัดการศึกษา
– ดูงานส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากโครงการขนาดใหญ่ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการทำงานเครือข่าย เป็นต้นตัวอย่างการจัดการศึกษา
– ดูงาน“Global Ecology Study-1” 27 days programmeInternational Honor programme (IHP) in cooperation with bard college, MA, USABangkok, Krabi, Pangnga, Songkhra in 1995
“Global Ecology Study-2” 41 days programmeInternational Honor programme (IHP) in cooperation with bard college, MA, USABangkok, Surat Thani, Pangnga in 1997
“The Cooperation on Various Groups for Sustainable Development” 3 days programmeBangladesh Government OfficialsPangnga in 1995
“Participatory Development of Community Forestry Management” 22 days programmeDoon watershed mangement Project supported by UNDP IndiaChainat, Chiang Mai in 1996
“Participatory Natural Resource Management by Grassroots Organization Thailand” 8 days programmeJapan Environment Cooperation (JEC) and Japanese NGOs Center for International Cooperation (JANIC)In 1996
“Participatory Natural Resource Management by Grassroots Organization, Thailand and Laos PDR” 18 days programmeJapan Environment Cooperation (JEC) and Japanese NGOs Center for International Cooperation (JANIC)In 1998
“Capacity of Community Organization on the Community Business” 6 days programmeFor the lacal leader from Walailak Community in cooperation with Walailak UniversityIn 1997
“Providing Business Consultancy Services to the Community Business” 3 day programmeThe Business Group for Thai Society with the support by The Asia Foundation, ThailandIn 1998“Mekong Development and advocacy” 8 days programmeOxfarm HongKongIn 1998
“Asian Meltdown, Human Crisis : Global Lessons for Sustainable Recovery” 6 days programmeIN COMMON Canadian Civil Society and Parliamentary Mission to Southeast Asia in cooperation with Canadian Council for International Co-operation (CCIC), Cassnada in 1998
“Shrimp Farming : Impacts on Environment and Local People” 6 days programme The Particpatory Action Research in cooperation with Pacific Asia Resources Center (PARC), Japan in 1998
นโยบายของโครงการ
1. สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว
2. สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยน-เรียนรู้ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน
3. เคารพวัฒนธรรมและกติกาของท้องถิ่น
4. สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน
5. คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวลักษณะการท่องเที่ยวของโครงการก่อนจะเกิดโปรแกรมการท่องเที่ยว ทางโครงการฯ ได้ร่วมวางแผนกับชุมชนถึงขีดความสามารถในการรองรับ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม และจำนวนครั้งต่อเดือนหรือต่อปี เพื่อไม่ให้กิจกรรมการท่องเที่ยวส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน และขีดความสามารถในการรองรับของทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนใช้ประโยชน์แม้ว่าการท่องเที่ยวจะให้บทบาทของชุมชนเป็นผู้ดำเนินการเป็นหลัก แต่โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติยังคงต้องทำบทบาทพี่เลี้ยงชุมชนและเป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน หากเปรียบชาวบ้านเป็นมัคคุเทศก์ที่สื่อความหมายทางธรรมชาติและวัฒนธรรม มัคคุเทศก์ของโครงการก็คือผู้สื่อความหมายทางสังคม ในการสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้มาเยือนการทำงานกับชุมชนและนักท่องเที่ยว ท้ายที่สุดแล้วคือการศึกษาหาองค์ความรู้เรื่องการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวและการศึกษาการตลาดที่เหมาะสม รวมทั้งพฤติกรรมและทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่สนใจรูปแบบการท่องเที่ยวดำเนินการโดยชุมชนซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนางานด้านนี้ต่อไป
หมายเหตุ
1. จำนวนนักท่องเที่ยวแต่ละครั้งไม่เกิน 15 คน
2. ทางโครงการฯ จะจัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเมื่อมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 6 คน
3. ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
4. ในบางโปรแกรมเริ่มและสิ้นสุดการท่องเที่ยวที่จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกพาหนะในการเดินทางเอง และไม่จำเป็นที่ต้องใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเสมอไป ซึ่งทางโครงการฯ สามารถจัดการเรื่องตั๋วเดินทางให้หากนักท่องเที่ยวไม่สะดวกในการจัดการการเดินทางเอง
กิจกรรมท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน
เทศกาลออกพรรษา ที่ จ.แม่ฮ่องสอน 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2544
เทศกาลลอยกระทง ที่ จ.สมุทรสงคราม 30-31 ตุลาคม 2544
เทศกาลสงกรานต์ ที่แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 13-16 เมษายน 2545
กิจกรรมการท่องเที่ยวปกติสัมผัสชีวิตความผูกพันระหว่างชุมชนกับสายน้ำ2 วัน 1 คืน ที่ จ.สมุทรสงคราม17-18 พฤศจิกายน 2544, 19-20 มกราคม และ 16-17 มีนาคม 2545
สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายพึ่งพาธรรมชาติของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง3 วัน 2 คืน ที่ จ. แม่ฮ่องสอน20-22 พฤศจิกายน 2544, 26-28 มกราคม และ 23-25 มีนาคม 2545(เริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทางที่ จ. เชียงใหม่)
สัญจรสู่วิถีล้านนาที่หล่อเลี้ยงและหล่อหลอมด้วยศรัทธาแห่งพุทธศาสนา3 วัน 2 คืน ที่ จ.เชียงใหม่11-13 ตุลาคม 2544, 8-10 ธันวาคม 2544, 22-24 มกราคม และ 19-21 มีนาคม 2545
สัมผัสฟ้าสวย….ทะเลใส และออกหาปลากับชาวประมงพื้นบ้าน3 วัน 2 คืน ที่ จ.พังงา6-8 พฤศจิกายน, 7-9 ธันวาคม 2544, 25-27 มกราคม, 16-18 กุมภาพันธ์, 23-25 มีนาคม และ 18-20 เมษายน 2545 (เริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทางที่ จ. ภูเก็ต)
เรียนรู้ชีวิตคนทำสวนผสมผสานและการพึ่งพาตนเองของชาวบ้านปราสาทใต้5 วัน 4 คืน ที่ จ. นครราชสีมา1-5 พฤศจิกายน 2544, 21-25 มกราคม และ 18-22 มีนาคม 2545(เริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทางที่ กทม.)
แง่คิดสรุป…มุมมองของคนทำงาน
พจนา สวนศรีผู้ประสานงานโครงการ

“ช่างฝันเกินไป…ไม่มีใครเขาอยากซื้อทัวร์เพื่อมาลำบากหรอก”แรกเมื่อฉันเริ่มคิดทำเรื่องท่องเที่ยวโดยชุมชน มีหลายเสียงท้วงติงไม่เห็นด้วยเรื่องรูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นการท่องเที่ยวในหมู่บ้านพัก บ้านชาวบ้าน กินอาหารแบบที่ชาวบ้านกิน และออกไปไร่ ไปนา หาปลากับชาวบ้านบางคนนิยามทัวร์ที่ฉันทำว่า “ทรมานทัวร์”
อย่างไรก็ดี ฉันได้ทำงานท่องเที่ยวในแบบที่ฉันคิดและหวังมาย่างเข้าปีที่ 8 แล้ว“ทัวร์แบบนี้กำลังนำหายนะเข้าสู่หมู่บ้าน ทำให้ความเป็นส่วนตัวของชาวบ้านถูกรุกราน จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยว” เสียงเตือนของมิตรที่คิดจะเก็บรักษาหมู่บ้านไว้ให้คงสภาพเดิมให้มากที่สุด“ตราบใดที่เรายังคุมนักท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ไม่ควรให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพ่นพล่านในบ้านเรา”เป็นอีกเสียงหนึ่งที่ทัดทานไม่ให้ฉันเดินหน้าประชาสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยวในแบบที่ทำอยู่
อย่างไรก็ตาม สองสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเดินหน้าเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน คือ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนั่นเองชาวบ้านที่ฉันทำงานด้วย เขาเหล่านั้นมีความสุข สนุกกับกิจกรรมที่ทำ มองเห็นคุณค่าของกิจกรรมที่ทำมากกว่าเงินตราแม้ว่าจะมีเรื่องรายได้เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้น้ำใจชาวบ้านตามวิถีแบบไทยเปลี่ยนแปลงไปนักท่องเที่ยวที่เลือกจะเข้ามาเที่ยวในรูปแบบที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในแบบที่ชาวบ้านเป็น แม้ว่าจะมีจำนวนน้อย แต่ว่าแต่ละคนที่มาล้วนพกพาความอยากรู้ อยากเห็นอย่างอ่อนน้อมและเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น นักท่องเที่ยวเรียนรู้จากชาวบ้านในทางกลับกัน ชาวบ้านก็ได้เรียนรู้แง่คิดมุมมองจากนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
ภูมิคุ้มกัน !!!
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดหมู่บ้านให้แขกแปลกหน้าเข้ามา ยิ่งในวัฒนธรรมไทยที่ให้ความสำคัญกับคำว่า “คนที่มีหัวนอนปลายเท้า” กล่าวคือ รู้ว่าคนเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร“ทำไมชาวบ้านจึงต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน?”หลายคนอาจเดาว่าชาวบ้านต้องการรายได้เป็นแรงจูงใจในการงานที่ทำฉันกลับพบว่ารายได้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องการเป็นลำดับท้าย ๆ สิ่งที่ชาวบ้านแข่งขันมานั่งคุยกันเพื่อสร้างองค์กรในการจัดการท่องเที่ยว คือความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนที่เกาะยาว ชาวบ้านต้องการเผยแพร่เรื่องราวการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งของชาวบ้านคีรีวง ชาวบ้านภาคภูมิใจในการเป็นชุมชนพึ่งตนเองแม่ฮ่องสอน ชาวกระเหรี่ยงมีชีวิตที่ผูกพันกับป่ามาช้านาน มีภูมิปัญหาในการดูแลรักษาป่า และดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายพึ่งพาธรรมชาติแม่แจ่ม ชาวบ้านยังคงสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนไว้อย่างมั่นคง โดยมี “ศรัทธาต่อพุทธศาสนา” เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนแม่กลอง ชุมชนริมคลองที่มีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของธัญญาหารทั้งพืชผัก ผลไม้ และอาหารทะเล รวมทั้งการสืบทอดวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น หุ่นกระบอกและดนตรีไทยสู่เยาวชนคนรุ่นหลังต้องเตรียมความพร้อมชุมชน !!!แม้ว่าชุมชนจะมีของดีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของตน แต่ต้องมีการเตรียมความพร้อมชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวเข้ามาสอดรับกับความต้องการของชาวบ้าน ให้การท่องเที่ยวสร้างความร่วมมือร่วมใจในการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน ผู้อาวุโสถ่ายทอดความรู้สู้คนรุ่นใหม่ ผู้หญิงทำอาหารเตรียมบ้านพัก ผู้ชายต้อนรับพาเที่ยวหมู่บ้าน การกระจายบทบาทการทำงาน จัดสรรปันส่วนรายได้อย่างเป็นธรรมสร้างกองทุนกลางในการพัฒนาหมู่บ้าน แม้ชาวบ้านทุกครัวเรือนในชุมชนจะไม่ได้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวแต่ก็ต้องสร้างให้เขารู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมนี้และได้ประโยชนจากการท่องเที่ยวเช่นเดียวกันซึ่งเป็นบทบาทของโครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติที่ฉันทำงานอยู่ เราไม่ได้ทำเพียงแค่การประชาสัมพันธ์ให้คนมาท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ในทางกลับกันเรากลับรู้สึกว่าเป็นภาระความรับผิดชอบของโครงการฯ ที่ต้องทำงานร่วมกับชาวบ้านทั้งก่อนมีการท่องเที่ยว ระหว่างดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว และเมื่อกิจกรรมการท่องเที่ยวสิ้นสุดลงสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยว !!! เป็นอีกภาระหนึ่งที่สำคัญเพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยว ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากกว่าการบริการ อีกทั้งนักท่องเที่ยวเองก็ต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมและเคารพวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไปเยือน จึงมีหลายเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวก่อนการตัดสินใจและลงไปในชุมชนบางคนบอกว่าฉันสร้างกฎเหล็กที่ฝืนธรรมชาติของการท่องเที่ยวฉันคิดว่า…หากเราคาดหวังให้การท่องเที่ยวยั่งยืน เราก็ต้องสร้างกติกา ปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการท่องเที่ยวใหม่ งานท่องเที่ยวโดยชุมชนภายใต้โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ เกิดและเติบโตท่ามกลางการทำงานทั้งสองด้าน คือด้านที่ทำงานกับชุมชน สร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว และด้านที่ทำเรื่องการประชาสัมพันธ์-การตลาด เพื่อให้คนสนใจการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ให้มากขึ้นหลายครั้งฉันถูกตั้งคำถามว่า “จะทำธุรกิจหรือทำงานพัฒนา?”เหมือนกับถูกบังคับว่าต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวแต่ฉันก็เชื่อเสมอว่าธุรกิจและการพัฒนาไปด้วยกันได้ หากธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจเพื่อสังคมกำไรสูงสุดมิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างเดียว แต่แบ่งปันให้กับสังคมอย่างเป็นธรรมฉันคงมีความสุขมากถ้างานท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถเป็นธุรกิจเพื่อสังคมได้ทุกวันนี้เรายังต้องเขียนโครงการหาเงินมาทำงานกับชุมชนเพราะการทำงานเรื่องนี้ต้องการการลงทุนทางสังคม นั่นคือการเตรียมความพร้อมชุมชนไม่เร่งรัดชุมชนให้เข้าสู่การท่องเที่ยวโดยที่ชุมชนยังไม่มีความพร้อมโครงการของเราดำเนินงานธุรกิจที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องหวังว่าเราจะได้เพื่อนที่เข้าใจ เงินที่นักท่องเที่ยวจ่ายบอกตามตรงว่าเราได้กำไรประมาณ 30% เป็นกำไรที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ คนทำงานที่นี่มีทั้งอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ประจำ ที่มีเงินเดือนเพียงพอต่อการดำรงชีพ เราไม่ได้หวังความร่ำรวยจากการทำงานนี้ เราเพียงแต่ต้องการหาคำตอบว่า การท่องเที่ยวเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยที่ชุมชนมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวคุณคือคนที่ฉันกำลังค้นหาอยู่หรือเปล่าร่วมเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ต้องการบอกกับสังคมว่า นักท่องเที่ยวที่ดีก็มีและนี่คือการท่องเที่ยวที่คุณแสวงหามานาน โดยการไปเที่ยวกับโครงการของเราดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น กิจกรรม Home Stay เป็นเรื่องละเอียดละอ่อน มีผลกระทบอยู่ทั้งด้านบวก และด้านลบรวมถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ผู้ประสงค์จะดำเนินการต้องคำนึงถึงเป็นเบื้องต้นผลกระทบในเชิงบวก- ก่อให้เกิดการกระจายรายได้เข้าสู้ท้องถิ่น- เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของชุมชน- นักท่องเที่ยวมีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวิถีการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมของชุมชน อันจะก่อให้เกิดการอนุรักษ์ หวงแหนและภูมิใจในวัฒนธรรมผลกระทบในเชิงลบ- วัฒนธรรมชุมชนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ง่ายหากชุมชนไม่เข้มแข็ง- ชุมชนจะมุ่งหวังรายได้ อันจะก่อให้เกิดการประกอบ การด้านที่พักในเชิงธุรกิจ- เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมชุมชนเกินขอบเขตวิถีชีวิต ความเป็นอยุ่และวัฒนธรรมดั้งเดิม เพื่อมุ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว- ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบทหรือ Home Stay ยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการรองรับ

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดกระทงประเภทสวยงามประจำปี2553

รายงาน

โดย เกษม พุทธา
นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
รองประธานชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์


กระทงรางวัลชนะเลิศประเภทสวยงามประจำปี2553

เกษม พุทธาและพี่เอ๊ด อนุพงศ์

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จัดกิจกรรมวันลอยกระทงประจำปีพ.ศ.2553 และมีการประกวดกระทงชิงรางวัลกระทงประเภท สวยงาม กระทงประเภทสร้างสรรค์ และประกวดนางนพมาศ ปรากฏว่า ชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชมชน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการส่งกระทงประเภทสวยงามเข้าร่วมกิจกรรม

เกษม พุทธา กับนางนพมาศของชมรม(นักศึกษาคณะการบัญชีปีที่4
ชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน เคยมีประสบการณ์ในการส่งกระทงเข้าประกวดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.2552 ในการประกวดครั้งนี้ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการชมรมที่ห้อง study room เวลา17.30 น ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 และได้ลงมติส่งนางนพมาศ 2 คนและกระทงเข้าประกวดทั้งสองประเภท โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 3,000 บาท(ล่วงหน้า)จากอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม(อ.พิทยะ ศรีวัฒนสาร) ในการประดิษฐ์กระทงปีนี้ ชมรมฯ ได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดีปรึกษาจากพี่เอ๊ด(อนุพงศ์ ทิพวรรณ) บัณฑิต จากภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมผู้มีประสบการณ์ด้านการจัดดอกไม้มาอย่างโชกโชน

อนุพงศ์ ทิพวรรณ

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

(ร่าง)โครงการบริษัททัวร์ต้นแบบ revised 26 Oct 2010

http://dpuholiday.yolasite.com/
(ร่าง)โครงการบริษัททัวร์ต้นแบบ revised 26 Oct 2010
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
1.รหัสโครงการ :……………………………..

2.ชื่อโครงการ
บริษัททัวร์ต้นแบบ (Proto-type Tour Company ดีพียู ฮอลิเดย์ จำกัด - DPU Holidays Co. Ltd.)

3.ความสอดคล้องกับแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
3.1 ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา /
3.2 ยุทธศาสตร์การวิจัยและบริการวิชาการ
3.3 ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กร /
3.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาอาจารย์ /
3.5 ยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษา /
3.6 ยุทธศาสตร์การพัฒนาอาคารและสถานที่
3.7 ยุทธศาสตร์การส่งเสริม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม /

4.หลักการและเหตุผล
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาศิลปะศาสตร-บัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมมาตั้งแต่พ.ศ.2530 รวมเป็นระยะเวลา 23 ปี ปัจจุบันผลิตบัณฑิตไปแล้ว 18 รุ่น ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมมีการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อปีการศึกษา2545, 2547 และ 2550 ตามลำดับ มีอาจารย์ประจำสังกัดภาควิชารวม 18 คน และอาจารย์ผู้สอนในหมวดวิชาภาษาต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยวและการโรงแรมรวม 18 คน

ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมมีปณิธานในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรมสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภายใต้วิสัยทัศน์เพื่อเน้นการเป็นผู้นำในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและคุณธรรมด้วยจุดเด่นในหลักสูตร คือ เน้นการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ปลูกฝังความตระหนักรู้ในวิชาชีพทั้งด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม เน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศที่สอง ได้แก่ ภาษาจีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เพื่อให้นักศึกษามีความสามารถทางด้านภาษาซึ่งเป็นความต้องการอันดับต้นของธุรกิจท่องเที่ยว การถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการและทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ การสอนระบบ Opera ซึ่งเป็นโปรแกรมซอฟแวร์สำเร็จรูปที่ใช้ในการบริหารจัดการโรงแรม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ทันที รวมถึงการเน้นจรรยาบรรณในวิชาชีพเพื่อให้เกิดการพัฒนาและการใช้ศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่

กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ภาควิชาฯได้ส่งนักศึกษาไปฝึกงานในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงโรงแรม บริษัททัวร์ แทรเวล เอเจนซี่ สายการบิน สถานจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวประมาณ 400 องค์กร ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดและต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน และอังกฤษ โดยขณะนี้กำลังติดต่อกับองค์กรในประเทศญี่ปุ่นและประเทศเยอรมัน เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานที่ต่างประเทศมากขึ้น แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและการเมืองภายในประเทศในช่วงประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจนำเที่ยวจำนวนไม่น้อยทยอยปิดกิจการ และธุรกิจโรงแรมก็มีลูกค้าเดินทางเข้ามาใช้บริการลดลง แทนที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการพยากรณ์ด้วยหลักวิชาการสถิติขององค์การการท่องเที่ยวโลก(World Tourism Organization) สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความเข้มข้นอันควรจะได้รับจากการฝึกฝนประสบการณ์ด้านต่างๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ในอดีตเจ้าของกิจการบริษัทนำเที่ยวจำนวนไม่น้อย เติบโตขึ้นมาจากการริเริ่มจัดกิจกรรมนำเที่ยวขณะที่ยังมีสถานภาพเป็นนักศึกษา แต่ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมามีสถาบันระดับอุดมศึกษาทั้งในกรุงเทพฯและในส่วนภูมิภาคเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดบริษัททัวร์จำลองขึ้นมาเพื่อมุ่งผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลางในการจัดทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนในวิชาชีพอุตสาหกรรมบริการอย่างจริงจัง และแสดงผลการดำเนินงานให้เป็นที่ประจักษ์อย่างน่าพึงพอใจ จนถึงกับยกระดับบริษัททัวร์จำลองขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนกับสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อให้ความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมจึงถือปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเป็นตัวอย่างที่ดี(Best Practice) ในการต่อยอดความสำเร็จเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างเสริมประสบการณ์ด้านธุรกิจ การบริหาร และการจัดการเชิงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการของนักศึกษาในอนาคต

5.วัตถุประสงค์
5.1 เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์ในการบริหารและจัดการองค์กรต้นแบบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการด้วยตนเองตามหลักวิชาภายใต้การให้คำปรึกษาและควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
5.2 เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จเชิงธุรกิจอันมีพื้นฐานมาจากการศึกษาทางด้านวิชาการอย่างครบถ้วนจนครบตามหลักสูตรของภาควิชาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม การจัดเลี้ยง การจัดการประชุม และธุรกิจสายการบิน

6.กลุ่มเป้าหมาย (ขึ้นอยู่กับจำนวนกลุ่มนักศึกษาแต่ละรุ่น อย่างน้อยรุ่นละ 10 คน แต่ไม่เกิน 20 คน) ประกอบด้วย
6.1นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาสหกิจศึกษาหลักสูตรการศึกษาปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (การท่องเที่ยวและการโรงแรม)
6.2 นักศึกษาที่ต้องฝึกงานตามหลักสูตรการศึกษาปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (การท่องเที่ยวและการโรงแรม)
6.3 นักศึกษาที่เรียนสายวิชาการท่องเที่ยว

7.หน่วยงานผู้รับผิดชอบ / ผู้รับผิดชอบโครงการ

.........................................................

.........................................................

8.วิธีการดำเนินการ
8.1 ช่วงทดลอง
8.1.1 รับสมัครนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วม จำนวน 10 คน
8.1.2 ขออนุมัติที่ตั้งสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น (โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน ) ในช่วงทดลองปฏิบัติงาน
8.1.3 กำหนดภาระงาน (นำเที่ยวทั่วราชอาณาจักรและต่างประเทศ จองตั๋วโดยสารเครื่องบิน เรือสำราญ ให้เช่าเหมารถ)
8.1.4 การวางแผนการตลาดและอบรมกระบวนการทำงานแก่ผู้ร่วมโครงการจากวิทยากรภายนอกที่มีประสบการณ์ โดยตั้งเป้าหมายขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆที่เหมาะสม อย่างน้อย 3 ผลิตภัณฑ์ ตั้งราคาผลิตภัณฑ์ ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ และFace book และทำให้เว็บไซต์มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ช่องทางจำหน่ายและดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นอย่างเข้มข้น และมีนัยสำคัญ
8.1.5 กำหนดหน้าที่ของสมาชิกออกเป็นฝ่ายต่างๆ ในบริษัท โดยคำนึงถึงบุคลิกภาพและความสามารถของแต่ละคน เพื่อรับหน้าที่ในการประสานให้เกิดการเชื่อมโยงกิจกรรมทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
8.1.6ดำเนินกระบวนการด้านการเบิกจ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงานช่วงเวลาที่กำหนดในโครงการ ค่าเช่าเหมาพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ามัคคุเทศก์ ค่าเข้าชมกิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม ค่าทิป ฯลฯ
8.1.7 การซักซ้อมและยืนยัน(Reconfirmation) แผนปฏิบัติงานก่อนการดำเนินงานตามโครงการ
8.1.8 จัดเตรียมเอกสารประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
8.1.9ดำเนินงานตามแผนในโครงการทุกขั้นตอนและประเมินความพึงพอใจจากลูกค้าเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการบริการต่อไป
8.1.10 สรุปผลการปฏิบัติงานแต่ละผลิตภัณฑ์

8.2 ช่วงดำเนินการจริง
8.2.1 รับสมัครนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วม อย่างน้อย 10 คน แต่ไม่เกิน 20 คน
8.2.2 อบรมกระบวนการทำงานแก่ผู้ร่วมโครงการ
8.2.3ตั้งเป้าหมายขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆที่เหมาะสม ตามความสามารถและตามการตอบสนองที่เป็นจริงทางการตลาดแต่ไม่ควรจะน้อยกว่า 5 ผลิตภัณฑ์ ตั้งราคาผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์ช่องทางจำหน่ายและดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นอย่างเข้มข้น
8.2.4 กำหนดหน้าที่ของสมาชิกออกเป็นฝ่ายต่างๆ ในบริษัท โดยคำนึงถึงบุคลิกภาพและความสามารถของแต่ละคน เพื่อรับหน้าที่ในการประสานให้เกิดการเชื่อมโยงกิจกรรมทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
8.2.5ดำเนินกระบวนการด้านการเบิกจ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงานช่วงเวลาที่กำหนดในโครงการ
8.2.6 การซักซ้อมและยืนยัน(Reconfirmation)แผนปฏิบัติงานก่อนการดำเนินงานตามโครงการ
8.2.7 จัดเตรียมเอกสารประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
8.2.8 ดำเนินงานตามแผนในโครงการทุกขั้นตอนและประเมินผลการดำเนินเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการบริการต่อไป
8.2.9 สรุปผลการดำเนินงานแต่ละโครงการ
8.3 ช่วงจัดตั้งเป็นบริษัทธุรกิจนำเที่ยว
8.3.1 รับสมัครนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วม อย่างน้อย 20 คน แต่ไม่เกิน 30 คน
8.3.2 อบรมกระบวนการทำงานแก่ผู้ร่วมโครงการ
8.3.3 ตั้งเป้าหมายขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆที่เหมาะสม ตามความสามารถและตามการตอบสนองที่เป็นจริงทางการตลาดแต่ไม่ควรจะน้อยกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ ตั้งราคาผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์ช่องทางจำหน่ายและดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นอย่างเข้มข้น
8.3.4 กำหนดหน้าที่ของสมาชิกออกเป็นฝ่ายต่างๆ ในบริษัท โดยคำนึงถึงบุคลิกภาพและความสามารถของแต่ละคน เพื่อรับหน้าที่ในการประสานให้เกิดการเชื่อมโยงกิจกรรมทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
8.3.5ดำเนินกระบวนการด้านการเบิกจ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงานช่วงเวลาที่กำหนดในโครงการ
8.3.6 การซักซ้อมและยืนยัน(Reconfirmation)แผนปฏิบัติงานก่อนการดำเนินงานตามโครงการ
8.3.7 จัดเตรียมเอกสารประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
8.3.8 ดำเนินงานตามแผนในโครงการทุกขั้นตอนและประเมินผลการดำเนินเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการบริการต่อไป
8.3.9 สรุปผลการดำเนินงานแต่ละโครงการ

9.ระยะเวลา
-ช่วงทดลองดำเนินการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553
-ช่วงดำเนินการจริง ตลอดปีการศึกษา 2554
-ช่วงจัดตั้งเป็นบริษัทธุรกิจนำเที่ยว ปีการศึกษา 2555

10.แหล่งเงิน/จำนวนเงิน
10.1 ในช่วงทดลองดำเนินการ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาควิชาฯ และรายรับจากลูกค้าภายในมหาวิทยาลัยและลูกค้าทั่วไป
10.2ช่วงดำเนินการจริง งบประมาณจากการลงทะเบียนของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ และรายรับจากลูกค้าทั่วไป
10.3ช่วงจัดตั้งเป็นบริษัทธุรกิจนำเที่ยว งบประมาณจากนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน รายรับจากลูกค้าทั่วไปและผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ

11.สถานที่ดำเนินงาน
ณ ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม และในบริเวณ/สถานที่ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นที่ตั้งดำเนินกิจการของบริษัททัวร์ต้นแบบ(DPU Holiday Co.Ltd.)

12.ผลผลิต/ผลลัพธ์
12.1 ช่วงทดลองการดำเนินคาดว่าจะมีลูกค้าประมาณโครงละ 20 คน รวม 3 โครงการ มีลูกค้าประมาณ 60 คน
12.2 การกำหนดโครงการเล็กๆแบบ One day trip จะทำให้สามารถควบคุมเป้าหมายการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงภูมิปัญญาและสัมผัสประสบการณ์อบสมุนไพร

รายรับ
ค่าทัวร์ 800 บาท/ คน x ลูกค้า 20 คน = 16,000 บาท
รายจ่าย
ค่าเช่าเหมารถมินิบัส ประมาณ 4,000 บาท + (ค่าอาหารกลางวัน 150 บาทx20 คน) +(ค่าอบสมุนไพร 30 บาท x 20 คน) +(ค่าวิทยากร 2,000 บาท + ค่าอาหารภูมิปัญญาสมุนไพร 1000 บาท) + น้ำดื่ม 500 บาท = 11,100 บาท
(คงเหลือกำไร เป็นเงินจำนวน16,000-11,100 บาท= 4,900 บาท)

12.3 ประเมินผลการดำเนินงานช่วงแรกทั้ง 3 โครงการ เพื่อหาผลลัพธ์สุทธิจากการดำเนินหมด
12.4 ในช่วงดำเนินการจริงและช่วงจัดตั้งเป็นบริษัทธุรกิจนำเที่ยว (สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดตามสถานการณ์ที่เหมาะสมได้)

13.วิธีการประเมินผลและดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
13.1 คำนวณผลการดำเนินการแต่ละช่วงเพื่อประเมินผลการดำเนินงานแต่ละโครงการ
13.2ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ แสดงออกมาเป็นผลกำไรในรูปของแต่ละโครงการซึ่งจะปรากฏออกมาเมื่อมีการสรุปผลการดำเนินงานภายหลังจากการดำเนินโครงการสิ้นสุดลง
(ร่าง)โครงการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยาเสนอต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา
โดย : ดร. กฤษฎา พัชราวนิช คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากรและคณะ


1. หลักการและเหตุผล
จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดที่เก่าแก่และเคยรุ่งเรืองของประเทศไทย โดยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายร้อยปี หลักฐานประเภทเอกสาร ตำนานพื้นเมืองล้านนา อาทิ ตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน (หรือเมืองหิรัญนครเงินยาง) กล่าวถึงความเป็นมาของการตั้งถิ่นฐานระยะแรกของชุมชนแคว้นไทย ตั้งแต่สมัยขุนลาวเคียง [1]บรรพบุรุษของขุนจอมธรรม กษัตริย์องค์แรกแห่งแคว้นพะเยา(จ.ศ.๔๕๘, พ.ศ.๑๖๓๙)[2]

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า จังหวัดพะเยาเป็นเมืองโบราณที่มีพัฒนาการยาวนานมาอย่างน้อย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ แล้ว จังหวัดพะเยาตั้งอยู่ในที่ราบเชียงราย-พะเยา ซึ่งมีแหล่งน้ำเป็นองค์ประกอบที่กำหนดความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ในการตั้งถิ่นนฐานของชุมชน ได้แก่ กว๊านพะเยา หนองเล็งทราย ห้วยร่องทง ห้วยร่องเตี้ย ลำน้ำแม่อิง ลำน้ำแม่ปืม ลำน้ำแม่ต๊ำ ห้วยแม่ทุ่ม ลำน้ำแม่เหยี่ยน ห้วยร่องบ่อ ห้วยแก้ว แม่น้ำลาว แม่ น้ำยวน เป็นต้น[3] โดยเฉพาะที่ราบลุ่มรอบกว๊านพะเยาซึ่งปรากฏร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณ (เมืองโบราณ) ที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบถึง๑๐แห่ง[4]

จังหวัดพะเยามีชื่อเรียกดั้งเดิมปรากฏอยู่ในตำนานและศิลาจารึกต่างๆ อาทิ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เรียกว่า “เมืองพูยาว”[5] ตำนานพื้นเมืองพะเยาเรียกว่า “เมืองภูกามยาว”[6] หรือ “เมืองภุกามยาว”[7] หรือ “เมืองพะยาว” [8] ส่วนหลักฐานประเภทศิลาจารึกอักษรล้านนา อาทิ จารึกวัดอารามป่าญะ (พ.ศ.๒๐๓๘) เรียกตำแหน่งเจ้าเมืองพะเยาในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๑ว่า “(พระเป็นเจ้า) เจ้าสี่หมื่นพยาว”[9] และจารึกเจ้าสี่หมื่นผู้เป็นปู่เลี้ยง(พ.ศ.๒๐๓๓) เรียกชื่อเมืองพะเยาว่า “เมิงพญาว”[10] จังหวัดพะเยาเคยเป็นราชธานีที่มีความเจริญรุ่งเรืองมิได้ด้อยไปกว่าราชธานีใกล้เคียงอื่นๆ จึงมีโบราณสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์มากมาย และยังมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุนิยมของประเทศทางตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทต่อประชาชนทำให้ประวัติศาสตร์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประวัติศาสตร์ของจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นราชธานีเก่าแก่ที่สำคัญของชาติแห่งหนึ่งกำลังจะถูกลืมเลือนไป นอกจากประวัติความเป็นมาและประเพณีวัฒนธรรมอันสวยงามของจังหวัดพะเยาแล้ว จังหวัดพะเยายังมีแหล่งโบราณสถาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเชิงธรรมชาติ รวมถึงภูมิปัญญาในการผลิตสินค้าต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวพะเยา อันเป็นที่ยอมรับและน่าชักชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ได้หันมาท่องเที่ยวศึกษาสิ่งต่างๆ ในจังหวัด การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจะนำรายได้ และความภาคภูมิใจให้แก่จังหวัดทั้งในทางตรง และทางอ้อมอีกด้วย

ดังนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบสำคัญของจังหวัด ต้องทำการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ประวัติและประเพณีวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงสินค้ามีชื่อประจำจังหวัด เพื่อให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางต่อไป

2. วัตถุประสงค์
2.1 ส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักจังหวัดพะเยา ในแง่มุมต่างๆ ได้มากขึ้น
2.2 เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งประวัติของโบราณสถาน และสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติให้แก่ประชาชน เพื่อชักจูงให้เข้ามาท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยผ่านสถานที่ อันเป็นมรดกชิ้นสำคัญของชาติไทยเรา
2.3 เผยแพร่ประวัติจังหวัด อันเป็นประวัติศาสตร์สำคัญส่วนหนึ่งของชาติ โดยเฉพาะ ประวัติเมืองพะเยา ซึ่งทั้งเคยเป็นราชธานีอันเก่าแก่และเป็นเมืองสำคัญในยุคต่อๆ มา โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทั้งในจังหวัดและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้รับรู้เรื่องราวอันสำคัญของจังหวัด
2.4 เผยแพร่สินค้าประจำจังหวัด เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิตรายย่อยในจังหวัดโดยทางตรง

3. กรอบแนวคิด

แหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว สินค้าประจำจังหวัดจากภาครัฐ ประชาชน เอกชน การจัดทำวีซีดีและหนังสือ

4. ขอบเขตการดำเนินการพัฒนา

4.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา

4.1.1 วีซีดีสารคดีแนะนำจังหวัดพะเยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้แนะนำในเบื้องต้น และนำเสนอโดยพิธีกรและนักวิชาการ ทั้งนี้ แบ่งเป็น 4 แผ่น 4 เนื้อหาด้วยกัน คือ
· ประวัติศาสตร์ประจำจังหวัดพะเยา นับตั้งแต่สร้างเมืองจนถึงปัจจุบัน พร้อมความคิดเห็นต่างๆ จากนักวิชาการและคนในจังหวัด จำนวน 1 แผ่น
· ประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา ตามท้องถิ่นต่างๆ ในจังหวัด จำนวน 1 แผ่น
· สถานที่ท่องเที่ยวทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม และสถานที่ท่องเที่ยวในทางธรรมชาติ รวมถึงวิธีการเดินทาง สถานที่พัก และงบประมาณในการท่องเที่ยว จำนวน 1 แผ่น
· สินค้าประจำจังหวัด ตั้งแต่สถานที่และกรรมวิธีในการผลิตอย่างคร่าวๆ ตลอดจนสถานที่ในการซื้อหาและราคาในแต่ละท้องถิ่นต่างๆของจังหวัด จำนวน 1 แผ่น รวมวีซีดี 4 แผ่นต่อ 1 ชุด

4.1.2 หนังสือแนะนำจังหวัดพะเยาโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา จำนวน 400 หน้า ต่อ 1 เล่ม แบ่งเนื้อหาเป็น 4 หัวข้อหลัก คือ
· ประวัติศาสตร์ประจำจังหวัดพะเยานับตั้งแต่สร้างเมืองจนถึงปัจจุบัน พร้อมภาพประกอบ
· ประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยาตามท้องถิ่นต่างๆ ในจังหวัด พร้อมภาพประกอบ
· สถานที่ท่องเที่ยวทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม และสถานที่ท่องเที่ยวในทางธรรมชาติ พร้อมภาพประกอบ รวมถึงแผนที่ วิธีการเดินทาง สถานที่พัก และงบประมาณในการท่องเที่ยว
· สินค้าประจำจังหวัดพร้อมภาพประกอบ โดยจะนำเสนอตั้งแต่สถานที่และกรรมวิธีในการผลิตอย่างคร่าวๆ ตลอดจนสถานที่ในการซื้อหาและราคาในแต่ละท้องถิ่นต่างๆของจังหวัด
4.2 ขอบเขตการเผยแพร่
4.2.1 มอบสื่อวีซีดีสารคดีและหนังสือแนะนำจังหวัดให้แก่ สำนักงานท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ
4.2.2 มอบสื่อวีซีดีสารคดีและหนังสือแนะนำจังหวัดให้แก่บริษัทนำเที่ยวทั่วไป
4.2.3 มอบสื่อวีซีดีสารคดี และหนังสือแนะนำจังหวัดไว้ประจำห้องโสตทัศนศึกษาห้องสมุดตามโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ รวมถึงห้องสมุดทั่วไป
4.2.4 เผยแพร่สื่อวีซีดีในเคเบิลทีวีท้องถิ่น เพื่อเผยแพร่ไปยังโรงแรม หรือสถานที่พักต่างๆ
4.3 ขอบเขตด้านองค์กร องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ ประชาชนในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา
4.4 ขอบเขตด้านระยะเวลา การพัฒนาครั้งนี้กำหนดขอบเขตระยะเวลาในการพัฒนาระหว่างเดือนสิงหาคม 2551 จนถึง เดือนมกราคม 2552 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน

5. แผนการดำเนินงานพัฒนา
การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ ประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และสินค้าประจำจังหวัดพะเยา แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
5.1 ระยะที่ 1 ผลิตวีซีดีสารคดีแนะนำจังหวัด โดยเนื้อหาประกอบด้วยประวัติ ประเพณีวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งวิธีการเดินทาง สถานที่พัก และสินค้าประจำจังหวัด โดยมีพิธีกรเป็นสื่อในการแนะนำเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ซึ่งมีนักวิชาการเป็นผู้เรียบเรียงบทสารคดี
5.2 ระยะที่ 2 ผลิตหนังสือแนะนำจังหวัด โดยมีเนื้อหาประกอบด้วยประวัติ ประเพณีวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวพร้อมทั้งแผนที่ วิธีการเดินทาง สถานที่พัก และสินค้าประจำจังหวัด โดยมีนักวิชาการเป็นผู้เรียบเรียงข้อมูล

6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 ประชาชนทั่วไปรับรู้ประวัติศาสตร์ของไทยมากขึ้น โดยจะได้รับรู้ประวัติศาสตร์อีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่จังหวัดพะเยา หรือ “ภูกามยาว” อันเป็นราชธานีแห่งหนึ่งในอดีต
6.2 คนในจังหวัดพะเยารับรู้และภาคภูมิใจในความเป็นชาวจังหวัดพะเยามากขึ้น
6.3 สถานที่สำคัญที่คนทั่วไปไม่รู้จักได้ถูกเผยแพร่และมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
6.4 นักท่องเที่ยวสนใจในการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยามากขึ้น อันจะส่งผลมาถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดโดยทางตรง และเกิดการกระจายรายได้ลงไปยังท้องถิ่นต่างๆ ในจังหวัดพะเยา
6.5 สินค้าประจำจังหวัดพะเยาถูกเผยแพร่และเป็นที่รู้จักยอมรับมากขึ้น ซึ่งจะยังผลให้สามารถจำหน่ายได้มากขึ้นทั้งในท้องถิ่นเอง และกระจายออกไปนอกจังหวัดได้อีกด้วย
6.6 นักท่องเที่ยวสามารถใช้สื่อที่จัดทำทั้งสองแบบเป็นคู่มือในการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาได้

7. คณะพัฒนา

· ดร. กฤษฎา พัชราวนิช คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร (หัวหน้าโครงการ)
· ดร. อัฏฐมา นิลนพคุณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
· อ. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
· อ. พิทยะ ศรีวัฒนสาร คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

*******************************************************
บรรณานุกรม
[1] สงวน โชติสุขรัตน์, ตำนานเมืองเหนือ. (พระนคร: แม่บ้านการเรือน, ๒๕๐๘) หน้า๒๑๒
[2] คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒(๑), วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดพะเยา, (กรุงเทพฯ : คุรุสภา, ๒๕๔๔), หน้า๓๑
[3] คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒(๑), เรื่องเดิม, หน้า๒-๓
[4] สุรพล ดำริห์กุล, ล้านนา: สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม. (กรุงเทพฯ: องค์การค้าคุรุสภา, ๒๕๔๒), หน้า ๒๒–๒๓
[5] อรุณรัตน์ วิเชียรเขียวและเดวิด เค. วัยอาจ, ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. (กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์, ๒๕๔๓), หน้า ๒๒
[6] พระยาประชากิจกรจักร์, พงศาวดารโยนก. (กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์, ๒๕๑๖), หน้า๒๓๒
[7] สงวน โชติสุขรัตน์, เรื่องเดิม. หน้า๒๑๒
[8] สงวน โชติสุขรัตน์, เรื่องเดิม, หน้า ๒๑๒–๒๑๓
[9] โครงการวิจัยการปริวรรตและชำระจารึกล้านนา, จารึกภาค ๑เล่ม ๑ จารึกจังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา แพร่. มูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิ้ลยู ทอมป์สัน จัดพิมพ์ ในวโรกาสสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพระชนมายุครบ๓รอบ พุทธศักราช๒๕๓๔, หน้า๑๑๕
[10] โครงการวิจัยการปริวรรตและชำระจารึกล้านนา, เรื่องเดิม, หน้า๑๘๗

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช (เทียนกิ่ง ปลาไหลเผือก)

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

เทียนกิ่ง แก้ไข้ ปลาไหลเผือกแก้ไข้ ปลาไหลเผือกขมมาก ใครอย่าหลงชิมเชียวละ!

video

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์ สุนทร ชวนะพานิช (สังกรณีตรีชวา)

สังกรณีตรีชวา
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

บางตะบูน สวนครัว สวนหย่อม ร้านลุงชวน ป้าอะหงุ่น คนสู้ชีวิต

video


โดย

พิทยะ ศรีวัฒนสาร

ผู้เขียนและคณะกรรมการบริหารชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน เดินทางไปสำรวจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อเตรียมเส้นทางการพาสมาชิกชมรมฯไปเรียนรู้วิถีชีวิตภายใต้แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลนและการประมงชายฝั่งทะเลอ่าวไทยของที่นี่

บางตะบูนเคยมีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารคำให้การของขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรมในเรื่องการส่งสินค้าประเภทของทะเลตากแห้งขึ้นไปขายยังเมืองพระนครศรีอยุธยา

ระหว่างที่แวะเข้ารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียนบางตะบูนวิทยา บรรยากาศในร้านแม้จะเป็นเพิงโล่งๆขนาดกลาง พื้นไม้ หลังคามุงสังกะสี แต่ด้านข้างกลับมีแปลงพืชผักสวนครัวเล็กๆ กระถางไม้ดอกไม้ประดับ อาทิ โป๊ยเซียน ชวนชม กล้วยไม้ แค ฯลฯ ดังนั้น แม้อากาศจะร้อนและแห้ง แต่บรรยากาศทั่วไปกลับดูสดชื่น

ร้านนี้มีลูกเข้าออกเป็นระยะๆ ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าชายเจ้าของร้านทำอาหารอยู่เพียงคนเดียว จึงเข้าใจว่าทำไมอาหารที่สั่งจึงทำเสร็จช้านัก และระหว่างนั้นกรรมการชมรมบางคนก็ลุกไปทำส้มตำเอง จึงเข้าไปชวนสนทนาด้วย ทราบว่าพ่อครัวชื่อลุงชวน ทำอาหารได้ทุกชนิด ข้างๆร้านยังเปิดโต๊ะรับอัดกรอบพระด้วย หลังจากนั้นสักพักใหญ่ภรรยาลุงชวนซึ่งเพิ่งกลับจากทำธุระส่วนตัวก็เข้ามาคุยให้ฟังหลายเรื่อง


ป้าอะหงุ่นขวัญใจของลุงชวน


ลุงชวน คนสู้ชีวิต

เดิมสองสามีภรรยามีบ้านอยู่ลึกเข้าไปเล็กน้อยจากถนนใหญ่ ต่อมาไฟไหม้บ้านจนหมดตัวจึงมาปลูกเพิงขายอาหารตามสั่ง ซึ่งนอกจากลุงชวนและป้าอะหงุ่นจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลายด้านประกอบอาชีพอย่างน่ายกย่องแล้ว ทั้งสองเคยได้รับความช่วยเหลือจากส่วนราชการระดับหนึ่งด้วย

ลุงชวนทำอาหารอร่อย โดยเฉพาะปลาฉลามผัดฉ่า ใช้เนื้อปลาฉลามจากแพปลาบางตะบูน รสชาติกลมกล่อม นุ่มลิ้น หากมีโอกาสกลับไปจะต้องสั่งมาลิ้มรสอีกครั้งอย่างแน่นอน หวังว่าลุงชวนกับป้าอะหงุ่นจะมีทุนสร้างบ้านใหม่ได้โดยเร็วอีกครั้งนะครับ

บางตะบูน ปลาฉลามผัดฉ่าร้านลุงชวนคนสู้ชีวิต

ปลาฉลามผัดฉ่าร้านลุงชวน คนสู้ชีวิต ที่บ้านบางตะบูน
video

บางตะบูน เบื้องหลังคณะสำรวจของชมรมท่องเที่ยวยั่งยืนเพื่อชุมชน

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

เที่ยวพระตำหนักภูพิงค์

พิทยะขึ้นพระตำหนักภูพิงค์กับ ดร.เมธี เมธาสิทธิ์ เอ้ม ม.อุบลราชธานี สนทนากับ ดร.เอ้มว่า อากาศหนาวคล้ายกับบรรยากาศในประเทศอังกฤษ อาจารย์เอ้มถามว่า เคยไปมาแล้วยัง พิทยะตอบเสียงดังชัดเจนด้วยความภาคภูมิใจว่า..........................................................??!!?!
โดย
พิทยะ ศรีวัฒนสาร

video

เที่ยวชุมชนหัตถกรรมที่บ้านถวาย ดูไม้แกะสลัก เชียงใหม่

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

เที่ยวชุมชนหัตถกรรมที่บ้านถวาย จ.เชียงใหม่

video

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

เที่ยวชมบ่อน้ำโบราณที่บ้านหัวซา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

เที่ยวชมบ่อน้ำโบราณที่บ้านหัวซา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

บ่อน้ำโบราณที่บ้านหัวซา เป็นที่รู้จักกันมานานของชาวบ้านในท้องถิ่น พระครูศรีมหาโพธิ์คณานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดใหม่กรงทอง และเจ้าคณะอำเภอศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นผู้สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี เป็นผู้ที่แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่โครงการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถานของกรมศิลปากร (อาจารย์ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เป็นหัวหน้าโครงการ) ได้แก่ นายมานิต รัตนกุล นายช่างศิลปกรรม7 นายกิตติพงษ์ กุมภิโร นายช่างสำรวจ 4 และนายอนุชา(พิทยะ) ศรีวัฒนสาร นักโบราณคดี เดินทางไปสำรวจและทำแผนผังเพื่อดำเนินการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อประมาณ กลางปี พ.ศ. 2528
video

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช เร่ว

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช เร่ว
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช พิลังกาสาร

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช พิลังกาสาร
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช โด่ไม่รู้ล้ม

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช
ว่านโด่ไม่รู้ล้ม
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช

เที่ยวสวนสมุนไพรบ้านอาจารย์สุนทร ชวนะพานิช ต.หัวซา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
โดย
พิทยะ ศรีวัฒนสาร
เจตมูลเพลิงแดง
video

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

ชมเนินผาหมอนและเฟิร์นต้น ภูพิงค์ราชนิเวศน์

ชมเนินผาหมอนและเฟิร์นต้น ที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์
โดยพิทยะ ศรีวัฒนสาร

เนินผาหมอนมีพระตำหนักเรือนกระจกที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ มักจะทรงประทับเสวยพระกระยาหารเย็นอยู่เนือง พื้นที่โดยรอบมีสวนเฟิร์นต้นร่มรื่น
video

ดอกลำโพงที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์

ดอกลำโพงที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์ นำพันธุ์มาจากอเมริกาใต้
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

video

ชมกุหลาบพันปีอาร์ซิเลียและทิวลิป ที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์

ชมกุหลาบพันปีอาร์ซิเลียและทิวลิป ที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์
โดย
พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

ชมดอกโคมญี่ปุ่นที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์

ชมดอกโคมญี่ปุ่นที่ภูพิงค์ราชนิเวศน์
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

ชมดอกฝิ่น ดอยปุย เชียงใหม่

ชมดอกฝิ่น ดอยปุย เชียงใหม่
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video

ชวนเที่ยวดอยปุย เชียงใหม่ แปลงกายเป็นสาวดอย

ชวนเที่ยวดอยปุย เชียงใหม่ แปลงกายเป็นสาวดอย เจตน์นิพิธ บอกว่าอยากเป็นหัวหน้าเผ่าบ้าง
โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
video